วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

แก้การปรับค่าการโชว์ไฟไม่ได้

1. ไปที่ run
2. พิมพ์ regsvr32 /i shell32.dll
3. restart

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

มีปัญหาเครื่องไม่ยอม ShutDown It's now safe to turn off your computer

เนื่องจากเครื่องเป็นบอร์ดรุ่นเก่า ไม่สนับสนุน APM วิธีการแก้ไขคือ ไปที่ Control Panel คลิ๊กเข้าไปที่ Power Options คลิ๊กที่หน้า APM จากนั้น คลิ๊กที่ Enable Advanced Power Management support จากนั้นก็คลิ๊ก OK เครื่องของท่านก็จะปิดได้แล้วครับ (Power Options จะมีหน้า APM เฉพาะเครื่องที่เมนบอร์ดไม่สนับสนุน APM เท่านั้นครับ)

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ปลดล็อคไฟล์ PDF ให้ Copy , Print ได้ง่ายๆผ่านระบบ Online

แล้ววันหนึ่งผมก็มีปัญหาอยากจะ Copy ตัวหนังสือใน File PDF ออกมาแต่แล้ว ผมก็เจอปัญหาคือผู้ทำ PDF เขา lock ไว้ไม่ให้ผม copy ผมเลยไปค้นหาว่ามีวิธีไหม สรุปผมได้เจอเครื่องมือ online ดีๆอยู่อันหนึ่งใช้ดีมาก (ถึงจะเป็น beta) รองรับกับภาษาไทย ดังนั้นไปรู้จักกับ Website นี้เลยดีกว่าครับ

โดวิธีการใช้ง่ายก็ง่ายแสนง่ายกลับเพียงติกถูกที่ I accept the terms and conditions แล้ว upload file pdf จากเครื่องขึ้นไปเพียงแค่นี้ มันก็จะ gen หน้า pdf ขึ้นมาให้คุณอีกหน้าหนึ่งภายใต้ Browser เสร็จแล้ว คุณจะสังเกตุได้ว่าเมื่อ Hi-light ในส่วนที่ต้องการแล้วสามารถ กด mouse ขวา copy ได้ !! หรือหมายถึง Ctrl+C ก็ได้นั้นเอง แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จครับแล้วสามารถ print ได้ด้วยนะครับ ยังไงก็ไปลองใช้ Ensode กันได้เลยผ่าน url นี้เลยครับ http://www.ensode.net/pdf-crack.jsf

คำสั่งในการ แทนที่ สิ่งที่ค้นหาใน linux

คำสั่งในการ แทนที่ สิ่งที่ค้นหาใน linux

sed -i 's/202.143.142.21/www.google.com/g' test.txt


ใช้งานด้วยคำสั่ง
$ ./sed_i.py "OLD" "NEW" filename
ถ้าเจอ จะแทนที่ และบันทึกไว้ในชื่อเดิม แต่สำรองไฟล์ไว้ด้วย ในชื่อ filename.bak

บันทึกการค้นหาและแทนที่ไฟล์ในไดเรคทอรี่ ด้วยคำสั่ง sedจะค้นหาคำว่า old และแทนที่ด้วยคำว่า new ทุกไฟล์ในไดเรคทอรี่ นำไฟล์ใหม่ไปเก็บใน ./temp# mkdir temp# for i in *; do if [ -f $i ]; then sed -e 's/old/new/g' $i > temp/$i fidone
เพิ่มเติมทำเป็นคำสั่งสำเร็จรูป# OLD=old# NEW=new# mkdir temp# for i in *; do if [ -f $i ]; then sed -e "s/$OLD/$NEW/g" $i > temp/$i fidone
เพิ่มเติม 2จากตัวอย่างข้างต้น อาจใช้ sed ได้ดังนี้# sed -i "s/old/new/g" file.txt
สำหรับอักขระพิเศษ เช่น / สามารถแทนด้วย \\/เช่น แทนที่ /usr/bin เป็น /usr/local/bin# sed -i "s/\\/usr\\/bin/\\/usr\\/local\\/bin/g" file.txt
หรืออาจใช้ตัวคั่นเป็น @ แทน จากตัวอย่างจะกลายเป็น# sed -i "s@/usr/bin@/usr/local/bin@g" file.txt
สำหรับอักขระพิเศษคือ New-line แทนด้วย \nยังหาวิธีใช้ค้นไม่ได้ แต่สามารถใช้ในการแทนที่ได้ เช่น# sed -i "s/old\nline/new\nline/g" file.txt แบบนี้ใช้ไม่ได้
แต่แบบนี้# sed -i "s/line one/line one\nline two/g" file.txt แบบนี้ใช้ได้

คำสั่งสำหรับผู้ใช้พื้นฐาน (Basic user command) SSH

คำสั่งสำหรับผู้ใช้พื้นฐาน (Basic user command) SSH

คำสั่งสำหรับผู้ใช้พื้นฐาน (Basic user command)
1.1 คำสั่ง ls : : : แสดงรายชื่อแฟ้มในห้องปัจจุบัน หรือห้องอื่น ๆ ที่ต้องการ
1.2 คำสั่ง chmod : : : เปลี่ยนสถานะของแฟ้มเช่น Read Write eXecute
1.3 คำสั่ง man : : : แสดงรายละเอียดของคำสั่ง (Manual)
1.4 คำสั่ง mkdir, rmdir, cd : : : คำสั่งเกี่ยวกับ Directory หรือ Folder เพื่อสร้าง หรือลบ
1.5 คำสั่ง pico : : : editor ยอดฮิตใน Linux ที่ต้องมากับ Pine เป็น Text mode ที่ใช้ง่ายที่สุด
1.6 คำสั่ง emacs : : : editor ยอดฮิตใน Linux ใช้ยากกว่า pico นิดหน่อย
1.7 คำสั่ง vi : : : editor ยอดฮิตใน Linux ที่ใช้ยากที่สุด
1.8 คำสั่ง id, finger, who, w : : : โปรแกรมตรวจสอบ username ของตนเอง
1.9 คำสั่ง cat : : : แสดงข้อมูลในแฟ้มเหมือนคำสั่ง type ในระบบ DOS
1.10 คำสั่ง ifconfig : : : ดู IP หรือเพิ่ม IP เข้าไปใน linux server
1.11 คำสั่ง netstat : : : แสดงสถานะของเครือข่าย
1.12 คำสั่ง service : : : แสดงสถานะโปรแกรมที่เปิดให้บริการ
1.13 คำสั่ง xinetd : : : แสดงบริการที่เปิดใต้โปรแกรม xinetd
1.14 คำสั่ง whereis : : : ค้นหาแฟ้มที่ต้องการว่าอยู่ที่ห้องใด
1.15 คำสั่ง cp, rm, mv : : : จัดการแฟ้มเช่น คัดลอก ลบ และย้าย
1.16 คำสั่ง ping : : : ตรวจสอบ ip และการเชื่อมต่อ internet
1.17 คำสั่ง env : : : แสดงค่า environment ปัจจุบัน
1.18 คำสั่ง lynx : : : Text browser ที่ใช้งานง่าย ใช้ดู source หรือ download ได้
1.19 คำสั่ง nslookup : : : แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ name server จาก ip หรือ domain name
1.20 คำสั่ง tail : : : แสดงส่วนท้ายของแฟ้มที่มีขนาดใหญ่ ต้องข้ามกับ cat ที่ดูตั้งแต่เริ่มแฟ้ม
1.21 คำสั่ง telnet : : : ใช้ติดต่อเข้า server ต่าง ๆ ตาม port ที่ต้องการ . คำสั่งสำหรับผู้ใช้ระดับ

กลาง (Intermediate user command) เพื่อต้องการตรวจสอบระบบ

2.1 คำสั่ง df : : : แสดง partition ของ linux พร้อมขนาดที่ใช้ไป
2.2 คำสั่ง du : : : แสดงพื้นที่ใช้งานในแต่ละ Directory
2.3 คำสั่ง ps : : : แสดง process ที่กำลังทำงานอยู่ทั้งของเครื่อง และตนเอง
2.4 คำสั่ง kill : : : ยกเลิก process ที่ทำงานอยู่
2.5 คำสั่ง find : : : ค้นหาแฟ้มที่ต้องการภายในทุก ๆ directory ได้
2.6 คำสั่ง gzip : : : คลายการบีบอัด หรือแตกแฟ้มประเภท .gz
2.7 คำสั่ง tar : : : คลายการบีบอัด หรือแตกแฟ้มประเภท .tar
2.8 คำสั่ง last : : : แสดงรายชื่อผู้ใช้งานระบบปัจจุบันไปถึงอดีต
2.9 คำสั่ง grep : : : เลือกข้อความที่ต้องการภายในแต่ละบรรทัด
2.10 คำสั่ง date, hwclock : : : ใช้กำหนด หรือแสดงเวลาปัจจุบัน
2.11 คำสั่ง top : : : แสดง process ที่ทำงานในปัจจุบัน พร้อม refresh ตลอดเวลา
2.12 คำสั่ง ntsysv และ setup : : : กำหนดบริการที่ต้องการเปิด หรือปิด เช่น httpd หรือ vsftp เป็นต้น
2.13 คำสั่ง route : : : ใช้กำหนด แสดง ตารางเส้นทาง
2.14 คำสั่ง shutdown, reboot : : : ใช้ปิดเครื่อง หรือ ปิดและเปิดเครื่องใหม่อย่างถูกวิธี
2.15 คำสั่ง runlevel : : : คู่กับแฟ้ม /etc/inittab
2.16 คำสั่ง fsck : : : ซ่อมแซมระบบแฟ้มใน linux
2.17 คำสั่ง chown, chgrp : : : เปลี่ยนเจ้าของ หรือเปลี่ยนกลุ่ม
2.18 คำสั่ง chkconfig : : : กำหนด หรือแสดง บริการที่สั่งประมวลผลใน level ต่าง ๆ ขณะเปิดเครื่อง 2.19 คำสั่ง mount, umount : : : สั่งเชื่อมต่ออุปกรณ์ หรือ partition เช่น Diskette หรือ Handy drive เป็นต้น
2.20 คำสั่ง mkbootdisk : : : สร้างแผ่น boot disk เพื่อใช้ boot ระบบ linux ขึ้นมาภายหลัง
2.21 คำสั่ง traceroute : : : แสดงเลข ip ของเครื่องที่ถูกเชื่อมต่อ ไปยังปลายทางที่ต้องการ
2.22 คำสั่ง rpm : : : ใช้ตรวจสอบ เพิ่ม หรือลบ package ของระบบ linux เกือบทั้งหมด
2.23 คำสั่ง su : : : ขอเปลี่ยนตนเองเป็น Super user เพื่อใช้สิทธิสูงสุดในการบริหารระบบ ที่ผู้ใช้ปกติทำไม่ได้ 2.24 คำสั่ง useradd : : : เพิ่มผู้ใช้รายใหม่เข้าไปในระบบ
2.25 คำสั่ง userdel : : : ลบผู้ใช้รายเดิม ออกจากระบบ
2.26 คำสั่ง usermod : : : แก้ไขข้อมูลของผู้ใช้ได้
2.27 คำสั่ง crontab : : : ตั้งเวลาสั่งงานคอมพิวเตอร์
2.28 คำสั่ง lspci : : : ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายในเครื่อง
2.29 คำสั่ง nmap : : : ตรวจสอบเครือข่ายแบบกวาดทั้งในเครื่อง และ class C


วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คำสั่ง Linux

คำสั่ง Linux
คำสั่งสำหรับการเคลื่อนย้ายdirectory
pwd แสดง path ที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น
cd คำสั่งสำหรับการย้าย directory
cd [dirname]
ยกตัวอย่างเช่น cd aloha
cd .. เพื่อไปยัง directory ก่อนหน้า
cd ../.. เปลี่ยนไปไดเร็กทอรี่ก่อนหน้าสองลำดับก็พิมพ์
cd ~ เพื่อกลับไปที่ไดเร็กทอรี่ home
โดยเครื่องหมาย ~ จะหมายถึง home ไดเร็กทอรี่
คำสั่งเกี่ยวกับเวลา
date คำสั่งแสดงวันเวลา
cal แสดงปฏิทินโดยที่ cal แสดงเดือนปัจจุบัน และสำหรับ cal -3 ก็จะแสดงปฏิทิน 3 เดือน คือเดือนที่แล้ว เดือนปัจจุบัน และเดือนหน้า
คำสั่งสำหรับการแสดงรายละเอียดในรูปแบบต่างๆ ของ files
ls คำสั่งแสดงรายชื่อ files และ folders
ls –[option] โดยที่ option name ต่างๆ มีดังนี้
-a แสดงfiles ทั้งหมด
-l แสดงรายละเอียดทั้งหมด
-c แสดงรายละเอียดทั้งหมดของ files ตามลำดับเวลาที่สร้างหรือแก้ไข
-t แสดงชื่อไฟล์เรียงตามลำดับเวลาที่แก้ไขล่าสุด
-u แสดงชื่อไฟล์ตามเวลาที่เข้าใช้งาน
cat เป็นคำสั่งสำหรับแสดงรายละเอียดที่อยู่ภายใน file นั้นๆ หรือ ใช้สำหรับเชื่อมต่อ files ตั้งแต่ 2 files ขึ้นไป
กรณีแสดงรายละเอียดภายใน file
cat [dirname]/[filename]
ยกตัวอย่างเช่น cat aloha/1.txt
กรณีต้องการเชื่อมต่อ files ตั้งแต่ 2 files ขึ้นไป
cat [dirname1]/[filename1] [dirname2]/[filename2] … > [newFilename]
ยกตัวอย่างเช่น
cat aloha/1.txt 2.txt > 12.txt
less เป็นคำสั่งสำหรับแสดงรายละเอียดที่อยู่ภายใน file นั้นๆเช่นเดียวกับ cat
less [dirname]/[filename] หรือ less [filename]
กด “q” เพื่อต้องการออกจากคำสั่ง
ยกตัวอย่างเช่น less 12.txt
head เป็นคำสั่งที่ใช้เมื่อต้องให้แสดง 10 บรรทัดแรกของ file นั้นๆ
head [option] file
โดยที่ option โดย option ที่มักใช้กันคือ -n เพื่อทำการระบุบรรทัดที่ต้องการ (หากไม่ระบุจะเป็น 10 บรรทัด)
ยกตัวอย่างเช่น head 1.txt
head -n 10 1.txt
tail เป็นคำสั่งที่ใช้เมื่อต้องให้แสดง 10 บรรทัดสุดท้ายของ file นั้นๆ
tail [option] file
โดยที่ option โดย option ที่มักใช้กันคือ
-n เพื่อทำการระบุบรรทัดที่ต้องการ (หากไม่ระบุจะเป็น 10 บรรทัด) และ
-c เพื่อระบุจำนวน byte
ยกตัวอย่างเช่น tail 2.txt
tail -n 10 2.txt

more เนื่องจากคำสั่ง cat ไม่เหมาะกับการดูข้อมูลที่มีความยาวมากๆ ดังนั้น จึงได้มีการพัฒนา more ขึ้น เพื่อช่วยให้สามารถดูข้อมูลที่มีขนาดยาวได้เป็นช่วงๆ
more [filename ]
ภายในโปรแกรม more จะมีคำสั่งเพื่อใช้งานคราวๆ ดังนี้
= แสดงเลขบรรทัด
q ออกจากโปรแกรม
เลื่อนไปยังหน้าถัดไป
เลื่อนไปยังบรรทัดถัดไป
h แสดง help
ยกตัวอย่าง more 1.txt
คำสั่งสำหรับการควบคุมการทำงานในส่วนของ File และ Directory
cp คำสั่งสำหรับการทำสำเนา file
cp [ex file] [new file]
ยกตัวอย่างเช่น cp 1.txt 2.txt
mv เป็นคำสั่งสำหรับการเคลื่อนย้าย file หรือ เปลี่ยนชื่อ file
กรณีเปลี่ยนชื่อ file
mv [filename เก่า] [filename ใหม่]
ยกตัวอย่างเช่น mv 1.txt 11.txt
กรณีเคลื่อนย้าย file ไปยัง directory ที่ต้องการ
mv [dirnameต้นทาง]/[filename] [dirnameปลายทาง]/[filename]
ยกตัวอย่างเช่น mv 1.txt aloha
rm –r คำสั่งสำหรับลบ directory ใช้ได้ทั้ง directory ที่มีข้อมูลอยู่ หรือ directory เปล่าก็ได้
rm –r [dirname]
ตัวอย่างเช่น rm –r aloha
rmdir เป็นคำสั่งใช้สำหรับการลบ directory เช่นเดียวกันกับ rm –r แต่ในกรณีนี้ต้องเป็น directory เปล่าๆเท่านั้น
rmdir [dirname]
ตัวอย่างเช่น rmdir aloha
mkdir คำสั่งสร้าง directory
mkdir [dirname]
ตัวอย่างเช่น mkdir aloha
ln เป็นคำสั่งสำหรับสร้าง link ซึ่งจะคล้ายกับ short cut ในวินโดว์ส ln -s target [linkname]
-s เป็นการให้สร้าง symbolic link คือถ้าลบ link แล้วจะไม่ทำให้ target เป็นอะไรไม่เกี่ยวกัน ส่วน target ก็คือfile หรือdirectoryที่เราต้องการสร้าง link สุดท้าย linkname คือ ชื่อของ link ถ้าไม่ใส่จะเป็นชื่อเดียวกับ target
chmod ใช้สำหรับเปลี่ยนเจ้าของแฟ้มข้อมูลหรือ Directory
chmod [option]... mode[mode] file หรือ
chmod [option]... octalmode file
โดย option ที่มักใช้กันใน chown คือ
-R เปลี่ยน Permission ของทุกๆ แฟ้มย่อยใน Directory และการอ้างอิง mode จะใช้ตัวอักษร u g o a + - r w x X s t u g o โดย
u หมายถึง User ผู้เป็นเจ้าของแฟ้ม
g หมายถึง Group ผู้เป็นเจ้าของแฟ้ม
o หมายถึง บุคคลอื่นๆ
a หมายถึง ทุกๆ กลุ่ม
r หมายถึง สิทธิในการอ่าน
w หมายถึง สิทธิในการเขียน/แก้ไข
w หมายถึง สิทธิในการ execute หรือ ค้นหา (ในกรณีของ Directory)
ส่วน s t u g และ o นั้น จะขอกล่าวถึงในเอกสารเรื่อง Unix Permission ต่อไป เนื่องจากผลลัพธ์ของคำสั่ง ls -l จะแสดงเป็นลำดับ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
$ ls -l krerk.jpg-rw-r--r-- 1 pok pok 13201 เม.ย. 21 2000 krerk.jpg
ดังนั้น การเขียน Permission อาจจะเขียนได้เป็นเลขฐาน 8 เช่น 644 หมายถึง 110100100 ซึ่งจะตรงกับ rw-r--r- เป็นต้น
chown ใช้สำหรับเปลี่ยนเจ้าของแฟ้มข้อมูลหรือ Directory
chown [option]... owner[:group] file หรือ
chown [option]... :group file
โดย option ที่มักใช้กันใน chown คือ -R เปลี่ยน Permission ของทุกๆ แฟ้มย่อยใน Directory
ตัวอย่าง chown krerk:users /home/krerk
chown nobody data.txt
touch คำสั่งที่ใช้ในการสร้าง file เปล่า
touch [filename]
ยกตัวอย่างเช่น touch book.txt
wc คำสั่งแสดงรายละเอียดจำนวนบรรทัด จำนวนคำและขนาดของ file ของ
wc [filename]
ตัวอย่างเช่น wc 2.txt
vi คำสั่งสำหรับการสร้าง file ขึ้นมาใหม่ vi ย่อมาจาก visual editor
vi [filename]
ตัวอย่างเช่น vi 1.txt
กำหนดชื่อfile ด้วยคำสั่งข้างต้น
กด “i” เพื่อพิมพ์ข้อความ
กด “Esc” ตามด้วย “:”เมื่อพิมพ์ข้อความเสร็จ
กด “q” เพื่อต้องการออกจากคำสั่งหรือ “wq” เพื่อบันทึกข้อมูลก่อนออกจากคำสั่ง
rm คำสั่งสำหรับลบ file ออก
rm [filename]
ยกตัวอย่างเช่น rm 1.txt
ll คำสั่งแสดงรายชื่อ files และ folders เช่นเดียวกันกับ ls แต่มีข้อแตกต่างคือ ll จะแสดงรายละเอียดของแต่ละ file และ folder เพิ่มมากขึ้น เช่น username วัน และเวลา ที่สร้าง file หรือ folder นั้นๆ
คำสั่งสำหรับขอความช่วยเหลือ
man คำสั่งสำหรับดูรายละเอียดการใช้คำสั่งต่างๆ บน Linux
man [command]
ตัวอย่างเช่น man ls
man rmdir
apropos [keyword] คำสั่งสำหรับดูคู่มือการใช้คำสั่งต่างๆ บน Linux สำหรับ keyword
apropos [keyword]
คำสั่งสำหรับการค้นหา
find เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับค้นหาแฟ้มข้อมูล
find [path].. expression
ลักษณะของ expression
เช่น -name [pattern] เพื่อใช้หาชื่อ file ตาม pattern ที่ระบุ
-perm [+-] mode เพื่อใช้หา file ตาม mode ที่ต้องการ
-user NAME หา file ที่เป็นของ user ชื่อ NAME
-group NAME หา file ที่เป็นของ group ชื่อ NAME
ดังตัวอย่าง
find -name *.doc
find /usr -perm +111 (หาแฟ้มที่มี Permission อย่างน้อยเป็น 111)
คำสั่งเกี่ยวกับผู้ใช้
finger ใช้สำหรับแสดงรายละเอียดของผู้ใช้
finger หรือ finger [username]
กรณีไม่ระบุชื่อ finger จะแสดงรายละเอียดของ User ที่กำลัง logon อยู่บนเครื่องนั้นๆ ทั้งหมด
ยกตัวอย่างเช่น finger biouser
who คำสั่งแสดง username ที่กำลัง log on อยู่ในขณะนั้นทั้งหมด
whoami คำสั่งแสดง username ที่ของผู้ใช้ในขณะนั้น
ps แสดงงานที่กำลังทำในช่วงเวลานั้นทั้งหมดเฉพาะของตัวเอง
ps aux แสดงงานที่กำลังทำในช่วงเวลานั้นทั้งหมดของ user ที่กำลัง log on อยู่ในขณะนั้นทั้งหมด
talk ใช้สำหรับการพูดคุยระหว่างผู้ใช้ด้วยกันบนระบบ ซึ่งผู้ใช้ทั้งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องพิมพ์คำสั่ง Talk ถึงกันก่อน จึงจะเริ่มการสนทนาได้
talk user[@host] [tty]
กรณีไม่ระบุ host โปรแกรมจะถือว่าหมายถึงเครื่องปัจจุบัน (นอกจากนี้ยังมีคำสั่ง ytalk ซึ่งสามารถพูดคุยได้พร้อมกันมากกว่า 2 คน) ซึงบางกรณีเราอาจจะต้องระบุ tty ด้วยหากมีผู้ใช้ Log in เข้าสู่ระบบด้วยชื่อเดียวกันมากกว่า 1 หน้าจอ
ตัวอย่าง talk krerk@vwin.co.th
write จะใช้เพื่อการส่งข้อมูลทางเดียวจากผู้เขียนไปถึงผู้รับบนเครื่องเดียวกันเท่านั้น
write user [tty]
เมื่อมีการพิมพ์คำสั่ง write ผู้ใช้จะเห็นข้อความซึ่งจะแสดงว่าข้อความดังกล่าวถูกส่งมาโดยใคร ซึ่งหากผู้รับต้องการตอบกลับ ก็จะต้องใช้คำสั่ง write เช่นกัน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้พิมพ์ตัวอักษร EOF หรือ กด CTRL+C เพื่อเป็นการ interrupt ทั้งนี้ข้อความที่พิมพ์หลังจาก write จะถูกส่งหลังจากการกด Enter เท่านั้น
ตัวอย่าง write krerk
mesg จะใช้เพื่อควบคุมว่าผู้อื่นมีสิทธิที่จะส่งข้อความ write ถึงเราหรือไม่
mesg [y n]
โดย option มีความหมายคือ
y - หมายถึงผู้อื่นมีสิทธิที่จะส่งข้อความถึงเรา
n - หมายถึงผู้อื่นมีไม่สิทธิที่จะส่งข้อความถึงเรา
ตัวอย่าง mesg y
mesg n

คำสั่งอื่นๆ
clear คำสั่งสำหรับล้างหน้าจอ
tar ใช้เพื่อการ backup และ restore file ทั้งนี้การ tar จะเก็บทั้งโครงสร้าง directory และ file permission ด้วย (เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้าย หรือแจกจ่ายโปรแกรมบนระบบ UNIX) มาจากคำว่า tape archive
tar [option]... [file]...
โดย option ที่มักใช้กันใน echo คือ
-c ทำการสร้างใหม่ (backup)
-t แสดงรายชื่อแฟ้มข้อมูลในแฟ้มที่ backup ไว้
-v ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผล
-f ผลลัพธ์ของมาที่ file
-x ทำการ restore
ตัวอย่าง tar -cvf mybackup.tar /home/*
tar -tf mybackup.tar
tar -xvf mybackup.tar
alias เพื่อกำหนด macro ให้ใช้คำสั่งได้สะดวกมากขึ้น (แบบเดียวกันกับการกำหนด macro ด้วย doskey)
alias macroname='command'
ตัวอย่าง alias ll='ls -F -l'
echo แสดงข้อความออกทาง standard output
echo [option]... msg
โดย option ที่มักใช้กันใน echo คือ
-n ไม่ต้องขึ้นบรรทัดใหม่
ตัวอย่าง echo -n "Hello"
echo "Hi.."
free คำสั่งแสดงหน่วยความจำที่เหลืออยู่บนระบบ
free [-b-k-m]
โดย option ที่มักใช้กันใน free คือ
-b แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย byte
-k แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย kilobyte
-m แสดงผลลัพธ์เป็นหน่วย megabyte
ตัวอย่าง free
free -b
free -k
sort ใช้เพื่อทำการจัดเรียงข้อมูลในแฟ้มตามลำดับ (ทั้งนี้จะถือว่าข้อมูลแต่ละบรรทัดเป็น 1 record และจะใช้ field แรกเป็น key)
sort [option] file
ตัวอย่าง sort data.txt

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ยินดีต้อนรับทุกคนครับ

เนื่องจาก ผมสมัคร ได้แล้ว เลยต้องการทักทายทุกคนครับ ....